อีเมลมาร์เก็ตติ้งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าของคุณ โดย 80% ของแบรนด์ใช้อีเมลมาร์เก็ตติ้งเพื่อรักษาลูกค้า และ 56% เห็นว่าอีเมลมาร์เก็ตติ้งยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเก็บข้อมูล

อีเมลมาร์เก็ตติ้งช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าช่องทางการตลาดอื่น ๆ และเหมาะที่จะสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า

เราลองมาดูประเภทของอีเมลที่มีส่วนช่วยในการเก็บข้อมูลของคุณ


อีเมลต้อนรับ

อีเมลฉบับแรก คุณควรใส่ข้อความเพื่อแนะนำแบรนด์ของคุณ ใส่ข้อเสนอพิเศษหากลูกค้าทำการกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน เช่น สมาชิกใหม่รับส่วนลด 100บาท หรือ จัดส่งฟรีสำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก ใส่ช่องทางสำหรับการติดตามแบรนด์ของคุณบนโซเชียลมีเดีย และอย่าลังเลที่จะใส่แบบสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการช็อปปิ้งของลูกค้า เพื่อที่คุณจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้กับอีเมลมาร์เก็ตติ้งที่จะส่งหาพวกเขาในอนาคต


อีเมลกู้คืนรถเข็น

ประมาณ 70% ของผู้ซื้อออนไลน์เมื่อทำการซื้อสินค้าเสร็จจะไม่กลับมาสนใจรถเข็นอีก นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้ขายไม่สามารถส่งอีเมลกู้คืนรถเข็นได้

คุณสามารถใช้ 3 ขั้นตอนต่อไปนี้ในการสร้างอีเมลกู้คืนรถเข็น

ขั้นตอนแรก ส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อเห็นว่ามีสินค้าในรถเข็น เพื่อให้ลูกค้าคลิกที่อีเมลของคุณแล้วทำการซื้อสินค้าบนเว็บไซต์

ขั้นตอนที่สอง ใส่ปุ่ม Call to Action โดยระบุข้อความง่าย ๆ แต่ต้องชัดเจน จะช่วยให้ลูกค้ากลับมาที่รถเข็นเพื่อซื้อสินค้า

ขั้นตอนสุดท้าย หากคุณเสนอการจัดส่งฟรีบนเว็บไซต์ คุณควรเขียนข้อเสนอดังกล่าวในอีเมลการกู้คืนรถเข็นเพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบ ซึ่งนี้อาจเป็นวิธีที่ดีในการโน้มน้าวให้พวกเขาทำการสั่งซื้อสินค้าง่ายขึ้น


อีเมลแสดงความภักดี

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการสร้างข้อความส่วนบุคคลและใช้ข้อมูลที่ได้จากโปรแกรมความภักดีส่งให้กับลูกค้า เช่น การแจ้งคะแนน หรือ สถานะของรางวัลที่พวกเขาจะได้รับ


อีเมลภายหลังการซื้อ

คุณควรส่งข้อมูลการจัดส่งเพื่อให้ลูกค้าติดตามคำสั่งซื้อ แนะนำผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมตามประวัติการซื้อของพวกเขา หรือ เสนอส่วนลดเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าของคุณกลับมาซื้อสินค้าอีกครั้ง

หลังจากที่คุณใช้อีเมลเพื่อบริหารกลุ่มลูกค้าเก่าแล้ว คุณอาจใช้วิธีการต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • รวบรวมข้อมูลลูกค้าผ่านการสำรวจ: คุณสามารถเริ่มต้นได้ในช่วงแรกของการส่งอีเมลต้อนรับ
  • ปรับข้อความของคุณด้วยข้อมูลลูกค้า: คุณสามารถใช้ข้อมูลของลูกค้าในการส่งอีเมล เช่น ตำแหน่ง ความถี่ หรือ การตั้งค่า เป็นต้น
  • ใช้กฎ 20/80 เพื่อสร้างอีเมลธุรกรรม: 80% ของเนื้อหาจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าของคุณซื้อสินค้า ส่วนที่เหลืออีก 20% ใช้ข้อเสนอบางอย่างขึ้นอยู่กับประวัติการซื้อของลูกค้า

ขยายธุรกิจของคุณด้วย
อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

เริ่มต้นได้ฟรี