ช่วงปีใหม่เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งก่อนอื่นคุณต้องเริ่มทบทวนถึงประสิทธิภาพของการตลาดทางอีเมลในปี 2017 โดยประเมินได้จากวิธีการและกลยุทธ์ที่ผ่านมา แล้วดูว่าคุณได้รับผลจาการลงทุน ( ROI ) ดีอยู่แล้วหรือควรปรับเปลี่ยนตรงจุดไหน?
 
บางครั้งเราอาจติดอยู่กับขั้นตอนและวิธีการของตัวเอง ซึ่งหากต้องการดึงดูดความสนใจลูกค้าให้มากขึ้นคุณต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อทำให้ลูกค้ายังต้องการมีส่วนร่วมกับแคมเปญของคุณต่อไป
 
หลังจากการทบทวนและปรับปรุงการตลาดทางอีเมลของคุณแล้ว คุณจะเห็นว่าอีเมลเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ยอดเยี่ยมในการดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ เมื่อคุณใช้อย่างถูกต้อง

 
เราได้รวบรวมวิธีการที่ทำให้คุณสามารถผลักดันการตลาดทางอีเมลของคุณให้ประสบความสำเร็จในปี 2018 
 
เริ่มต้นด้วย…
 
1. ใช้การกำหนดค่าส่วนบุคคลมากขึ้นในแคมเปญอีเมลของคุณ
 
การกำหนดค่าส่วนบุคคล ( personalization ) ในอีเมลของคุณไม่ได้หมายถึงแค่การเพิ่มชื่อของลูกค้าในหัวเรื่องอีเมลหรือภายในเนื้อหาอีเมลเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ว่าเทคนิคดังกล่าวนั้นไม่ดี เพราะจากการสำรวจ การใส่ชื่อลูกค้าในหัวเรื่องอีเมลนั้นสามารถเพิ่มอัตราการเปิดได้ถึง 26% แต่ในปี 2018 เรามีกลยุทธ์ที่สามารถทำให้ผลลัพธ์ดียิ่งกว่านั้น
 
ใช้การกำหนดค่าส่วนบุคคลหลังจากที่คุณศึกษาพฤติกรรมของลูกค้า เช่น ประวัติการสั่งซื้อสินค้า, ที่อยู่ และการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมาใช้เพื่อกำหนดค่าส่วนบุคคลเพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ดียิ่งขึ้น
 
5 01 copy.png
 
เครดิตภาพ : https://blog.bufferapp.com  

 

 

 

2. ไม่ควรส่งแค่อีเมลส่งเสริมการขายเพียงอย่างเดียว
 
อีเมลทางการตลาดมักจะถูกมองว่าเป็นอีเมลที่ใช้เพื่อแจ้งข่าวสาร, ส่งเสริมการขายและนำเสนอสินค้า ซึ่งในฐานะของนักการตลาดคุณควรพิจารณาว่าจะใช้วิธีใดในการแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับบริการและสินค้าของคุณ โดยหากคุณเคยส่งรหัสส่วนลด ( promo code ) หรือการลดราคาสำหรับบุคคลพิเศษ คุณควรจำกัดการส่งอีเมลประเภทนี้ให้น้อยลง
 
ในปี 2018 คุณต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้มากขึ้นโดยส่งอีเมลไปกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาอ่านบทความในบล็อกโดยคอยดูว่าลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมกับคุณหรือไม่ และคุณควรส่งอีเมลเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของบริษัทคุณแล้วขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของลูกค้า

 

 

  

3. สร้างการเรียกร้องให้ดำเนินการที่มีความสำคัญ
 
ภายในอีเมลมักจะมีส่วนของการเรียกร้องให้ดำเนินการ ( call to action หรือ CTA ) แต่สิ่งที่คุณต้องพิจารณาคือ CTA ของคุณมีความสำคัญมากพอจะดึงดูดลูกค้าได้หรือไม่?  จากการสำรวจชี้ให้เห็นว่าการสร้าง CTA ที่มีความสำคัญเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับการตลาดทางอีเมล
 
คุณควรสร้าง CTA โดยใช้คำสั้น ๆ และมีความหมายชัดเจนที่จะทำให้ลูกค้าของคุณสั่งซื้อสินค้า, ดาวน์โหลดอีบุ๊ค หรือเข้าร่วมกิจกรรมและควรออกแบบปุ่ม CTA ให้มีขนาดและสีสันที่สามารถดึงดูดสายตาลูกค้าโดยเฉพาะผู้ที่อ่านอีเมลของคุณจากโทรศัพท์มือถือ
 
5 002 copy.png
 
เครดิตภาพ : https://blog.bufferapp.com
 

 

 

  

สิ่งที่คุณไม่ควรปฏิบัติ...
 
4. อย่าส่งอีเมลไปหาผู้ที่ไม่เคยเปิดอีเมลจากคุณ
 
นักการตลาดบางคนอาจลังเลที่จะทำความสะอาดลิสต์รายชื่อเพราะจะทำให้รายชื่ออีเมลมีจำนวนลดลง  เหมือนกับการลบข้อมูลของลูกค้าทิ้งไปที่อาจทำให้รู้สึกว่าจะเสียยอดขายไปบางส่วน แต่ในทางกลับกันหากลูกค้าที่อยู่ในลิสต์รายชื่อของคุณไม่ได้มีส่วนร่วมในแคมเปญอีเมลของคุณเลย คุณก็ควรจัดการลิสต์รายชื่อของคุณใหม่อีกครั้ง
 
ควรจัดระเบียบลิสต์รายชื่ออีเมลของคุณโดยมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าที่ต้องการรับข่าวสารคุณ ถ้าคุณยังคงส่งอีเมลที่ลูกค้าไม่สนใจอาจจะทำอัตราการส่งอีเมลของคุณเสีย เพราะผู้ให้บริการทางอีเมล ( ESP ) เช่น Gmail และ Hotmail มีขั้นตอนในการตรวจสอบการมีส่วนร่วมของผู้รับอีเมล 
 
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่าเป็นสแปมจากผู้ให้บริการทางอีเมล คุณควรลบรายชื่ออีเมลที่ไม่มีส่วนร่วมในแคมเปญอีเมลของคุณภายในระยะ 6-9 เดือน

 

 

  

5. ไม่ควรตอบกลับอีเมลด้วยตัวคุณเอง
 
หากคุณได้รับอีเมลจากลูกค้าและกำลังตอบอีเมลด้วยตัวคุณเองขอให้คุณหยุดการส่งอีเมลเหล่านั้นไว้ก่อน เพราะคุณสามารถทำการตอบกลับได้โดยอัตโนมัติ ด้วยการใช้ Taximail คุณสามารถตั้งค่าเพื่อรับข้อมูลทันทีเมื่อมีเหตุการณ์เกินขึ้นโดยใช้ webhooks เพื่อส่งอีเมลโดยอัตโนมัติตามเวลาหรือพฤติกรรมของลูกค้า
 
ตัวอย่างเช่น เมื่อมีลูกค้าสมัครสมาชิกและเข้ามาอยู่ในลิสต์รายชื่อของคุณ เมื่อมีการดำเนินการดังกล่าวระบบจะส่งอีเมลตอบกลับอัตโนมัติเพื่อกล่าวคำยินดีต้อนรับกับลูกค้าของคุณ
 
5 003.png
 
เครดิตภาพ : https://www.business2community.com
 
คุณสามารถตั้งค่าเพื่อรับข้อมูลทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ที่สอดคล้องกับการดำเนินการหรือระดับความสนใจของลูกค้า เช่น หากลูกค้าเปิดอีเมลฉบับที่สองจากคุณ หลังจากนั้นลูกค้าจะได้รับอีเมลมอบข้อเสนอพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ ซึ่งทั้งหมดนี้คุณสามารถตั้งค่าและทำการตั้งเวลาส่งเพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้เสมอ 
 

 

 

 

สิ่งที่คุณควรดำเนินการต่อไป...
 
6. การจัดกลุ่มลิสต์รายชื่อลูกค้า
 
จากการสำรวจพบว่าการจัดกลุ่มผู้รับ ( Segmentation ) ทำให้คุณใช้เวลาน้อยลงและสามารถเพิ่มรายได้ให้คุณสูงสุดถึง 58% ทำให้ในปัจจุบันนักการตลาดส่วนมากมักจัดกลุ่มลูกค้าโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มเฉพาะ ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องยกระดับการจัดกลุ่มลูกค้าของคุณให้ดีขึ้นอีกขั้นและต้องทำให้ดีกว่าการแบ่งกลุ่มจากเพศหรือจากสถิติประชากรทั่วไป  โดยปรับกลยุทธ์ทางอีเมลของคุณด้วยการเพิ่มพฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้า
 
ตัวอย่างเช่นคุณสามารถแบ่งรายชื่อลูกค้าที่เป็นผู้หญิงออกเป็นกลุ่มย่อยได้อีกจากอายุ, ประวัติการและความถี่ในการซื้อสินค้า ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่คุณควรเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าและควรติดตามคอยดูข้อมูลอย่างใกล้ชิด 

 

 

 

7. การเก็บรวบรวมข้อมูล
 
คุณต้องรู้จักลูกค้าของคุณเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถจัดกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อเรียนรู้และรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าของคุณ โดยคุณอาจให้สิทธ์การดาวโหลดเอกสารฟรีเพื่อเป็นโอกาสให้คุณสามารถขอข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพหรือชื่อบริษัทของลูกค้าได้ และข้อมูลที่คุณได้รับจะช่วยให้คุณสามารถส่งอีเมลแบบส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น
 
5 004.png
เครดิตภาพ : https://instapage.com
 

 

 
 
สรุป...
 
ในปีนี้จะเป็นปีที่คุณสามารถเพิ่มศักยภาพและดึงดูดให้ลูกค้าตอบรับแคมเปญของคุณได้มากขึ้น โดยที่การตลาดทางอีเมลจะเป็นส่วนที่ช่วยให้คุณใช้กลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง
คุณควรพยายามทำความรู้จักกับลูกค้าและสร้างอีเมลส่วนบุคคลที่สามารถทำให้เข้าถึงผู้รับของคุณ การใช้อีเมลอัตโนมัติเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญและควรเน้นที่การมีส่วนร่วมจากลูกค้าของคุณด้วยการพํฒนาอีเมลส่วนบุคคลให้ดียิ่งขึ้น
 
อย่ากลัวที่จะต้องลบรายชื่ออีเมลของลูกค้าที่ไม่ได้มีส่วนร่วมและไม่เคยเปิดอีเมลจากคุณ เพราะสิ่งที่คุณควรสนใจคือทำให้ลิสต์รายชื่อเติบโตและปกป้องความน่าเชื่อถือในการส่งอีเมลของคุณ
 
โพสต์โดย
โพสต์โดย
Sales Director

ขยายธุรกิจของคุณด้วย
อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

เริ่มต้นได้ฟรี