AI หรือปัญญาประดิษฐ์คือการจำลองกระบวนการทางความคิดและสติปัญญาของมนุษย์ด้วยเครื่องจักรโดยเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งกระบวนการนี้รวมถึงการเรียนรู้ ( การได้รับข้อมูลและกฎต่าง เพื่อประมวลผลในการใช้ข้อมูล ) , การใช้เหตุผล ( ใช้กฎเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยประมาณหรือข้อสรุปที่ชัดเจน ) , และการแก้ไขตัวเอง โดยเฉพาะในส่วนแอพพลิเคชั่นของ AI ซึ่งจะประกอบด้วยระบบอัจฉริยะ, การจดจำเสียงพูด, และการมองเห็นของเครื่องจักร

AI เป็นส่วนหนึ่งของโลกดิจิทัลที่เติบโตขึ้นเรื่อย จะเห็นได้จากที่มีระบบการจ่ายเงินแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้แคชเชียร์, ระบบตรวจสอบความปลอดภัยในสนามบิน และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

 

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซหลายแห่งกำลังใช้รูปแบบของ AI เพื่อทำให้เข้าใจลูกค้ามากขึ้น โดยสามารถสร้างกลุ่มผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเพิ่มขึ้นและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ ซึ่งมีแนวทางหลายอย่างเกี่ยวกับการใช้ AI ในธุรกิจ

 

การใช้ AI ในธุรกิจมีหลายแนวทางดังนี้:

 

การค้นหาโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

มีคนบอกว่าลูกค้ามักจะหยุดหรือเลิกทำกิจกรรมเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซเนื่องจากมีการแสดงผลิตภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจ ซึ่ง AI สามารถมาช่วยในเรื่องนี้ได้ด้วยการประมวลภาษาธรรมชาติ ( natural language process  ) โดยปรับปรุงการค้นหาให้แคบลงและเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเพื่อลูกค้าที่เลือกซื้อของทางออนไลน์ อีกทั้ง AI ยังทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องทั้งในส่วนของ ขนาด, สี, รูปร่าง, เนื้อผ้า, แบรนด์ และสามารถช่วยให้ใช้ภาพที่อยู่ในความคิดมาค้นหาสิ้นค้าที่ต้องการได้

 

 

 

ทำรีมาร์เก็ตติ้งกับกลุ่มคนที่มีโอกาสเป็นผู้ซื้อ

ผู้ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมักจะมีข้อมูลลูกค้าจำนวนมากเกินไปซึ่งจะทำให้พลาดกลุ่มคนที่อาจเป็นผู้ซื้อได้ ซึ่ง  AI สามารถเข้ามาใช้คุณสมบัติของขั้นตอนต่าง ในการขาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกค้าใช้เวลากับผลิตภัณฑ์ที่กำหนด ระบบจะเก็บข้อมูลไว้เพื่อนำมาใช้ในการเข้าชมครั้งต่อไป ดังนั้นเมื่อมีข้อเสนอพิเศษปรากฎขึ้นบนหน้าจอของลูกค้าจะต้องเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น

 

 

 

วิธีการขายที่มีประสิทธิภาพ

ในการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้านั้นจะถูกโน้มน้าวและจูงใจอยู่ตลอดเวลาด้วยปัจจัยต่าง ที่อยู่รอบตัว ทั้งโฆษณาทางทีวี, โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์, โฆษณาในมือถือและอื่น อีกมากมายซึ่งส่งผลให้เกิดเป็นพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า

การจะเอาชนะสื่อต่าง ที่กล่าวมานั้น คุณต้องสร้างวิธีขายที่แข็งแกร่งด้วยการใช้ AI ในกระบวนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) ของคุณด้วยแนวทางการสื่อสารการตลาดที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบมากมายกับอีคอมเมิร์ซในการพัฒนาวิธีขายด้วยการใช้ข้อมูลลูกค้าให้มากขึ้น ลูกค้าก็จะมั่นใจว่าจะได้รับสินค้าและบริการที่มีความเหมาะสม

 

 

 

การสื่อสารแบบส่วนบุคคลในหลายอุปกรณ์ 

มีการสื่อสารแบบส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ในอีคอมเมิร์ซโดยใช้ AI วิเคราะห์การโต้ตอบทางออนไลน์ของลูกค้าทั้งในส่วนของแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ, เว็บไซต์, แคมเปญอีเมล ซึ่งจะคอยตรวจและสังเกตการณ์ทุกช่องทางเพื่อประมวลผลลัพธ์ทั้งหมดมาสร้างมุมมองที่เป็นสากล

  

 

 

ปรับปรุงคำแนะนำสำหรับลูกค้า 

เนื่องจาก AI ช่วยให้แบรนด์มีความเข้าใจมากขึ้นและมีประสิทธิภาพในการจัดการเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า คุณจึงสามารถให้คำแนะนำที่มีความเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์กับลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าแต่ละรายเกิดประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นจากการซื้อของได้

อัลกอริทึมนี้จะทำการรวบรวมข้อมูล เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้, ความพึงพอใจของลูกค้า, ประวัติการสั่งซื้อ, ข้อมูลจากบุคคลภายนอก (third-party) และข้อมูลตามสภาพแวดล้อม

ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการตลาดทางอีเมลที่ดีให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณโดยการใช้ทรัพยากรณ์ได้อย่างคุ้มค่าในการดึงดูดลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น

 

 

 

ต่อไปนี้เป็นวิธีการใช้ประโยชน์จากการตลาดทางอีเมล

  • ส่งส่วนลดพิเศษในวันหยุดและในโอกาสอื่น 
  • ส่งข่าวสารจากบริษัทและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่
  • แชร์โพสต์จากบล็อกของคุณ
  • การแจ้งเตือนผลิตภัณฑ์ในรถเข็น
  • มอบรางวัลสำหรับลูกค้าประจำ
  • รีวิวผลิตภัณฑ์หรือบริการ

สิ่งสำคัญคือต้องเลือกแพลตฟอร์มการตลาดทางอีเมลที่สามารถทำสิ่งต่าง เหล่านี้ได้ทั้งหมดอย่าง Taximail

 

 

 

เมื่อคุณเลือกแพลตฟอร์มการตลาดทางอีเมลที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณแล้วคุณจะสามารถเริ่มต้นทำสิ่งต่าง  ดังต่อไปนี้: 

สร้างลิสต์รายชื่ออีเมลด้วยการเพิ่มแบบฟอร์มสมัครรับข่าวสาร ( sign-up form ) บนเว็บไซต์ของคุณเพื่อที่จะเก็บรายชื่อและอีเมลของผู้ที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้า โดยที่คุณควรจะใช้วิธีการที่ดีที่สุดในการดึงดูดใจและให้สิทธิประโยชน์เพื่อแลกกับข้อมูลของลูกค้า

ตัวอย่างวิธีการสร้างลิสต์รายชื่ออีเมล:

  • ใส่แบบฟอร์มสมัครรับข่าวสารไว้ภายในบล็อกของคุณหรือภายในอีเมลที่คุณส่งหรือในสื่อโซเชียล
  • นำเสนอแรงจูงใจของสมาชิกเดิมที่มีอยู่เพื่อใช้ในการอ้างอิง
  • ใส่ QR โค้ดแบบฟอร์ม opt-in ลงในสื่อสิ่งพิมพ์ของคุณ
  • การให้ส่วนลดหรือให้ของแจก เพื่อทำให้ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณต้องมาสมัครสมาชิกด้วยอีเมล

 

 

 

สร้างอีเมลที่มีประสิทธิภาพ

มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทำให้อีเมลมีความแตกต่างและโดดเด่นอยู่ภายในกล่องข้อความลูกค้าของคุณ ดังนั้นคุณควรจะต้องเขียนอีเมลด้วยข่าวสารที่ลูกค้าต้องการรับรู้ โดยหัวเรื่องอีเมลของคุณคือความประทับใจแรกและทำให้ลูกค้าตัดสินใจว่าว่าอีเมลนั้นมีคุณค่าน่าเปิดอ่านหรือไม่

นี่คือสิ่งที่คุณต้องให้ความสนใจ ;

  • ไม่ควรใช้คำพูดทางกลยุทธ์บางคำ เช่น “ฟรี” เนื่องจากเพิ่มโอกาสให้อีเมลลงในโฟลเดอร์สแปม
  • กำหนดค่าความเป็นส่วนบุคคล ด้วยการใช้ชื่อของลูกค้าสถานที่ฯลฯ
  • จำกัดการใช้ตัวอักษรและใช้ข้อความที่ไม่ยาวเกินไปเพื่อให้สามารถอ่านได้แม้กระทั่งบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • การใช้อีโมจิเพิ่มเข้าไปในหัวเรื่องอีเมลเพื่อเติมสีสันและความแปลกใหม่

คุณต้องชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการส่งอีเมล โดยต้องมีเหตุผลว่าทำไมถึงส่งอีเมลเหล่านี้ไปหาลูกค้า หากเป็นการส่งข้อเสนอพิเศษ เช่น ส่วนลดสำหรับวันเกิด คุณควรใช้ภาพที่เกี่ยวข้องกับโอกาสนั้น ประกอบเข้าไปด้วย

การเรียกร้องให้ดำเนินการ ( Call to action ) คือจุดสำคัญในสิ่งที่คุณต้องการให้ลูกค้ากระทำหลังจากอ่านอีเมลของคุณ โดยอาจจะเป็นปุ่มหรือลิงก์ที่สามารถคลิกไปยังเว็บไซต์ที่แจ้งข้อเสนอพิเศษของคุณซึ่งลูกค้าสามารถซื้อของภายในเว็บไซต์นั้นได้

 

 

 

เพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญของคุณด้วยวิธีการต่อไปนี้:

  • ส่งอีเมลในช่วงเวลาทำการเพื่อเพิ่มโอกาสในการเปิดให้มากขึ้น
  • ส่งข้อมูลอื่น  นอกเหนือจากอีเมลโปรโมชัน เช่น ข้อมูลบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าหรือแม้แต่อีเมลเพื่อการทักทายตามปกติ
  • อย่าทิ้งระยะห่างในการส่งอีเมลนานหลายเดือน คุณสามารถส่งเนื่อหาไปตามลำดับที่คุณวางเอาไว้ได้โดยอัตโนมัติ
  • อย่าลืมส่งอีเมลตอบกลับในกรณีที่มีการการละทิ้งรถเข็นมีคำสั่งซื้อหรือมีอีเมลความคิดเห็นจากลูกค้า
  • ดูตัวอย่างอีเมลทั้งหมดของคุณบนอุปกรณ์ต่าง  เช่น โทรศัพท์มือถือคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อป ก่อนที่จะส่งไปหาลูกค้า 

 

 

 

ตรวจสอบการวิเคราะห์ของคุณ

เมื่อคุณใช้ Taximail คุณจะสามารถเข้าถึงการวิเคราห์ทางข้อมูลในทุกแคมเปญและสามารถดาวน์โหลดรายงานแคมเปญเหล่านั้น คุณจะเห็นข้อมูลในส่วนของจำนวนการส่งออก, ข้อมูลการเปิดอ่าน, ข้อมูลการคลิกและข้อมูลของผู้ที่ไม่ได้เปิดอีเมลที่คุณส่ง คุณสามารถทำรีมาร์เก็ตติ้งได้ง่าย เพียงส่งอีเมลไปหากลุ่มคนที่ยังไม่เปิดอ่าน และยังสามารถใช้ประโยชน์จากลิสต์รายชื่ออีเมลที่จะไม่ส่งอีก ( Global suppression ) ในการดูว่าสมาชิกคนไหนที่รายงานสแปมอีเมลที่คุณส่ง

เมื่อคุณใช้ประโยชน์จากการตลาดทางอีเมลที่มีความเหมาะสมกับอีคอมเมิร์ซ คุณจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการเปลี่ยนลูกค้าให้มีส่วนร่วมและสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ของคุณ นี่คือช่องทางที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกคนที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์, เพิ่มยอดขายและยังเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ได้อีกด้วย

 

โพสต์โดย
โพสต์โดย
TEAM LEADER, DEV

ขยายธุรกิจของคุณด้วย
อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

เริ่มต้นได้ฟรี