การสร้างเทมเพลตอีเมลนั้นเป็นเรื่องที่สนุกและช่วยทำให้คุณเกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นอีกด้วย 
 
เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่มักที่จะใช้ส่วนหัวและส่วนท้ายของอีเมลเหมือนเดิมตลอด การส่งแคมเปญอีเมลจึงควรสร้างเป็นเทมเพลตบันทึกไว้ก่อนเพื่อง่ายต่อการเรียกใช้หรือนำมาแก้ไขและส่งแคมเปญใหม่ในครั้งต่อไปซึ่งจะทำให้คุณสามารถประหยัดเวลาได้มาก โดยคุณสามารถสร้างเทมเพลตได้ไม่จำกัดจำนวนและนำมาใช้งานได้หลายวิธี
 
ตัวอย่างเช่น  Taximail ได้สร้างเทมเพลตเพื่อโอกาสพิเศษและเทศกาลต่าง ๆ ไว้ให้คุณ โดยที่คุณสามารถนำไปปรับหรือแก้ไขเพื่อใช้งานได้ และสามารถออกแบบแคมเปญอีเมลของคุณด้วยสไตล์และความคิดสร้างสรรค์ของคุณเอง คุณจะสร้างอีเมลเทมเพลตแบบส่วนบุคคลของคุณได้ง่าย ๆ ด้วยระบบของ Taximail
 
นอกจากนี้หากคุณต้องการเพิ่มยอดขายและทำให้การตลาดทางอีเมลของคุณได้ผลลัพทธ์ที่ดี คุณต้องจัดการกับการออกแบบอีเมลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้ HTML เพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรมอีเมลต่าง ๆ จะสามารถเปิดและอ่านได้
 
 
 

วิธีออกแบบอีเมลทางการตลาดโดยการใช้ HTML มีเคล็ดลับดังนี้
 
เนื้อหาของอีเมลควรมีความกว้างไม่เกิน 650 พิกเซล และไม่ควรจัดวางรูปแบบอีเมลโดยแบ่งเนื้อหาเกิน 3 คอลัมน์ เพื่อให้สามารถอ่านได้ง่ายบนโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักที่ลูกค้ามักจะใช้เปิดอ่านอีเมล 
 
ควรรวมปุ่มเรียกร้องให้ดำเนินการต่าง ๆ (call to action หรือ CTA) ไว้ในส่วนบนของเนื้อหาเนื่องจากลูกค้าจะสามารถดูด้านบนของเนื้อหาอีเมลได้สะดวกและง่ายกว่าเพราะลูกค้าส่วนมากมักจะอ่านอีเมลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และจะไม่เลื่อนลงเพื่อดูปุ่มของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ปุ่มการเรียกร้องให้ดำเนินการควรมีขนาดใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจนโดยที่ควรมีขนาดอย่างน้อย 40x40 พิกเซลเพื่อให้ผู้อ่านสามารถมีส่วนร่วมกับคุณได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้คุณยังสามารถใช้ปุ่มเรียกร้องให้ดำเนินการซ้ำแบบเดิมอีกครั้งที่ด้านล่างของแคมเปญอีเมลของคุณ และควรหลีกเลี่ยงวางลิงก์ไว้ในเนื้อหาโดยแทนที่ด้วยปุ่มเรียกร้องให้ดำเนินการต่าง ๆ
 
อีเมลทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคืออีเมลที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างหัวเรื่องอีเมล (Subject), หัวข้อ (Header) และเนื้อหา ซึ่งจะต้องทำให้ข้อมูลเชื่อมโยงกันจากส่วนต่าง ๆ
 
เลือกแบบตัวอักษรให้สามารถอ่านได้ง่ายและชัดเจน ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่อ่านและมองข้ามอีเมลของคุณหากขนาดตัวอักษรในอีเมลเล็กเกินไป คุณไม่ควรใช้แบบตัวอักษรอื่น ๆ นอกเหนือจากปกติ เช่น Verdana, Georgia, Arial เป็นต้น โดยใช้ขนาดตัวอักษรอย่างน้อย 13 - 14 พิกเซลสำหรับข้อความและ 20 - 22 พิกเซลสำหรับหัวข้อ ซึ่งจะสามารถทำให้อีเมลของคุณอ่านได้ง่ายมากขึ้น
  
สำหรับโปรแกรมอีเมลบางแห่งจะปิดกันภาพที่คุณฝังไว้ในอีเมลทางการตลาดของคุณจนกว่าลูกค้าจะอนุญาตจึงจะสามารถแสดงภาพได้ เนื่องจากเนื้อหาที่เปิดจากโทรศัพท์มือถือจะโหลดได้ช้ากว่าในเครื่องคอมพิวเตอร์  คุณควรเปิดใช้ระบบตอบสนองโดยอัตโนมัติต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ (Responsive) และใช้รูปภาพที่มีขนาดเล็กเพื่อไม่ให้คุณต้องเสียลูกค้าเนื่องจากใช้เวลาในการดาวน์โหลดรูปนานเกินไป ทั้งนี้คุณควรใช้หัวเรื่องและเนื้อหาเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอนุญาตให้แสดงภาพ
 
คุณสามารถฝังแท็ก alt (alt-tags) ซึ่งช่วยให้ลูกค้าของคุณสามารถเข้าใจเนื้อหาได้แม้จะปิดกั้นการใช้งานในส่วนของรูปภาพ
 
ลูกค้าส่วนมากจะให้ความสำคัญกับภาพมากกว่าข้อความ ดังนั้นคุณควรฝังรูปภาพไว้ทางซ้ายเพราะเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าจะได้เห็น
 
เมื่อลูกค้ามีความเชื่อมั่นและอนุญาตให้แสดงภาพในอีเมลแล้วให้ทดลองส่งอีเมลโดยไม่ลดขนาดของภาพลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
 
จำกัดการใช้หัวข้อภายในอีเมลของคุณไว้ไม่เกิน 3 หัวข้อเพื่อทำให้ลูกค้าของคุณไม่สับสนในประเด็นต่าง ๆ ที่คุณนำเสนอ
 
โปรดใช้ความระมัดระวังเมื่อคุณใช้รูปภาพเป็นพื้นหลังภายในเนื้อหาอีเมลเนื่องจากไคลเอนต์อีเมลบางส่วนยังไม่รองรับ 
 
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือต้องทำให้อีเมลทางการตลาดของคุณมีความดึงดูดและสามารถสื่อตรงกับผู้รับให้ได้ เพื่อทำให้ลูกค้าของคุณคลิกภายในอีเมล แต่ในบางกรณีอีเมลของคุณอาจจะมีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับเนื้อหาจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเปิดอ่านบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ดังนั้นควรคัดเอาเนื้อหาเฉพาะส่วนที่สำคัญที่สุดเท่านั้น
 
อย่างไรก็ตามคุณควรมีลิงก์ที่เชื่อมโยงไปถึงเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อสารทั้งหมด โดยเมื่อคลิกเข้าไปดูในหน้าเว็บไซต์แล้วจะต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อสารภายในอีเมลของคุณดีขึ้น
 
ตรวจสอบว่าอีเมลของคุณเป็นแบบ Responsive ที่สามารถตอบสนองโดยอัตโนมัติกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่อ่านอีเมลบนสมาร์ทโฟนมากกว่าเดสก์ท็อป
 
ต้องใส่ลิงก์สำหรับยกเลิกการเป็นสมาชิก (Unsubscribe) ไว้ในทุก ๆ อีเมลที่คุณส่งหาลูกค้า เพราะคุณไม่ควรส่งอีเมลไปหาคนที่ไม่ต้องการรับฟังข่าวสารจากคุณ ซึ่งโดยปกติลิงก์สำหรับยกเลิกการเป็นสมาชิกจะอยู่ด้านล่างในส่วนของท้ายอีเมล (footer)
 
สำหรับการใช้โค้ด HTML เพื่อให้ได้รูปแบบที่ดีควรใช้ tables มากกว่าการใช้ divs และ floats ควรใช้โค้ดที่ได้รับการยอมรับจะทำให้ง่ายต่อการสร้างและแก้ไขเทมเพลตของคุณและทำให้สามารถเห็นได้ง่ายว่าคุณได้ใช้ส่วนประกอบหรือรูปแบบ style ไหนไปบ้าง 
 
จัดการกับขนาดของอีเมลให้ไม่เกิน 100 กิโลไบต์  จะช่วยให้อีเมลของคุณสามารถผ่านตัวกรองความเป็นสแปมได้ง่ายขึ้นและทำให้ Gmail แสดงเนื้อหาอีเมลของคุณทั้งหมดโดยไม่ตัดเนื้อหาของคุณออก หากต้องการจำกัดขนาดของอีเมลควรลบรูปแบบ style ที่ไม่ได้ใช้หรือลบเนื้อหาที่ซ้ำกับในหน้าเว็บไซต์ของคุณ และลดการใช้โค้ดที่ไม่จำเป็นก่อนที่คุณจะส่งออก
 
ไม่ควรใช้ flash, javascript และไม่ควรใช้ CSS รุ่นอื่น ๆ หรือ HTML ที่ซับซ้อน เนื่องจากโปรแกรมอีเมลยังไม่รองรับ javascript และในส่วนของ CSS3 กับ HTML5 ยังมีการรองรับที่จำกัดอยู่ ดังนั้นเมื่อคุณสร้างเทมเพลตเสร็จแล้วควรทำการส่งอีเมลเพื่อการทดสอบก่อนที่จะส่งไปหาลูกค้าของคุณ
 
คุณควรทดสอบทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนส่งจริง โปรแกรมอีเมลแต่ละประเภทมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน โดยที่ Outlook ถือเป็นโปรแกรมที่ดีในการใช้เพื่อทดสอบและใช้อ้างอิงได้ (2017, 2010, 2013 และ 2016) ซึ่ง Taximail จะช่วยให้คุณสามารถทดสอบโดยที่ระบบจะให้คุณดูการแสดงผลได้ทั้งในโปรแกรมอีเมลที่นิยมและในอุปกรณ์ต่าง ๆ
 
 
 
  
 
โดยภาพรวมอาจกล่าวได้ว่า ...
 
คุณจะสามารถออกแบบอีเมลให้ดึงดูดการโต้ตอบจากลูกค้าได้ด้วยสิ่งที่เป็นประโชยน์ต่อลูกค้า เช่น วิดีโอ, เนื้อหา หรือเนื้อหาแบบสไลด์ ซึ่งจะทำให้ดึงดูดผู้อ่านได้มากขึ้นและคุณจะได้รับอัตราการดำเนินการต่าง ๆ ที่ดีขึ้น รวมทั้งในส่วนของการคลิกลิงก์ "view browser" ด้วย
 
โปรแกรมอีเมลส่วนใหญ่ไม่รองรับ Flash และ JavaScript  ดังนั้นหากคุณต้องการใช้ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวแนะนำให้คุณสร้างเป็นไฟล์ GIF แทน

โพสต์โดย
โพสต์โดย
TEAM LEADER, DESIGN

ขยายธุรกิจของคุณด้วย
อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

เริ่มต้นได้ฟรี