การกรองสแปม
การส่งอีเมลมาร์เก็ตติ้งแบบ B2B ควรให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดและเนื้อหาอย่างมาก เพราะเป็นปัจจัยหลักในการถูกตัดสินจากระบบกรองสแปมขององค์กร ส่วนอีเมลมาร์เก็ตติ้งแบบ B2C นั้น จะต้องพยายามจัดการกับการร้องเรียน (SPAM complaint) และการขอยกเลิกรับอีเมล (Unsubscribe) เพื่อรักษาระดับความน่าเชื่อถือของ IP ที่ใช้ส่งอีเมลออก

เวลาที่ดีที่สุดในการส่ง
เวลาที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีในการส่งอีเมลแบบ B2B คือ เช้าวันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี ช่วง 7 - 8 am แต่สำหรับอีเมลแบบ B2C คือ บ่ายของวันทำงาน ช่วง 3 - 4 pm

การตอบสนองของผู้รับ
ในอีเมลแบบ B2B สิ่งที่ต้องระบุคือ หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางการติดต่อกลับ และควรให้ความสำคัญกับการตอบกลับมายังอีเมลต้นทางที่ระบุไว้ใน From หรือ Reply to ส่วนอีเมลแบบ B2C ควรเจาะจงให้ผู้รับคลิกปุ่มหรือลิงค์ที่มุ่งตรงไปยังเว็บไซต์ เพื่อให้เข้าถึงเนื้อหาแบบละเอียดได้ทันที

การระบุเฉพาะบุคคลและการจัดกลุ่มผู้รับ
เราอาจระบุสินค้าหรือเนื้อหาที่เหมาะสมกับบุคคลในการส่งแบบ B2C ได้ แต่สำหรับ B2B นั้นอาจแคบเกินไป จึงควรใช้ระดับที่กว้างออกมา เช่นกลุ่มอุตสาหรรม หรือกรณีศึกษาที่ตรงกัน ก็เพียงพอแล้ว

การสะกิดและติดตาม
B2C สามารถใช้อีเมลในการสะกิดหรือติดตามเป้าหมาย โดยเจตนาให้ผู้รับอีเมลกลับมาที่เว็บไซต์ แต่สำหรับ B2B ควรใช้การติดตามทางโทรศัพท์โดยทีมขายจะให้ผลที่ชัดเจนมากกว่า

ขยายธุรกิจของคุณด้วย
อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

เริ่มต้นได้ฟรี