เคล็ดลับง่าย ๆ ในการพัฒนาการตลาดทางอีเมลของคุณ

 

อีเมลมาร์เก็ตติ้งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ดีที่สุดในการขายสินค้าและบริการ  ดังนั้นคุณไม่ควรพลาดโอกาสที่จะติดต่อกลับไปยังสมาชิกที่อยู่ภายในลิสต์รายชื่อของคุณ


หากคุณสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่เหมาะสมให้กับลูกค้าผ่านอีเมลมาร์เก็ตติ้งพวกเขาก็พร้อมที่จะจ่ายเงินให้กับคุณ คนส่วนใหญ่ตรวจสอบอินบ็อกซ์หลายครั้งต่อวันซึ่งจะเป็นผลดีหากคุณได้รับการยินยอมให้ส่งอีเมลหาพวกเขา

ปุ่ม Call to Action

การใส่ปุ่ม Call to Action ในอีเมลแคมเปญจะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าของคุณอยากคลิก ข้อความที่อยู่ในปุ่มจะต้องสั้น มีความหมาย โดดเด่น อย่าใช้คำมากกว่า 4 คำ และสร้างการกระตุ้นโดยการเพิ่มระยะเวลาของโปรโมชั่น

 

 

 

ใช้อีเมลธุรกรรม

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถติดตามลูกค้าของคุณได้อย่างต่อเนื่อง การส่งอีเมลธุรกรรม 4-8 ครั้ง ช่วยให้อัตราการเปิดดีขึ้นกว่าการส่งอีเมลมาร์เก็ตติ้งแบบอื่นๆ อีเมลธุรกรรมอาจถูกส่งก็ต่อเมื่อลูกค้าของคุณได้ทำการลงทะเบียนเพื่อซื้อสินค้าและบริการ หรือเมื่อมีการสมัครสมาชิกเข้ามายังลิสต์อีเมล ฯลฯ

 

 

 

ไม่ควรพลาดการระบุข้อมูลเฉพาะบุคคล

หากคุณไม่สะดวกที่จะระบุข้อมูลเฉพาะบุคคลในหัวเรื่อง คุณสามารถระบุข้อมูลเฉพาะบุคคลลงในเนื้อหาอีเมลได้ ผลที่ได้รับคืออีเมลมีอัตราการคลิกและอัตราการทำธุรกรรมสูงขึ้น ข้อมูลเฉพาะบุคคลประกอบด้วยเนื้อหาและเงื่อนไขที่คุณต้องการแจ้งให้กับสมาชิกที่ไม่ซ้ำกัน ตัวอย่างเช่น คุณอาจปรับแต่งตามความสนใจ ตำแหน่งที่พัก หรือประวัติการซื้อของสมาชิก ฯลฯ เมื่อก่อนการส่งอีเมลที่ระบุข้อมูลเฉพาะบุคคลอาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่ปัจจุบันซอฟแวร์อีเมลมาร์เก็ตติ้งสามารถช่วยให้คุณส่งอีเมลดังกล่าวได้ง่ายขึ้น

 

 

 

โทรศัพท์มือถือ

การอ่านอีเมลบนโทรศัพท์มือถือ หรือบนอุปกรณ์อื่นๆ คุณจะต้องคำนึงถึงการตอบสนองมิฉะนั้นอาจจะเสียลูกค้าได้

นี่คือกฎพื้นฐานทั้ง 3 อย่าง:

ระยะยาว: หัวเรื่องอีเมลของคุณควรจะสั้น ชัดเจน และเน้นให้เห็นถึงประโยชน์ของอีเมลของคุณ

CTA: ปรับปุ่ม Call to Action ให้สามารถแสดงผลบนมือถือ และข้อความจะต้องมากพอที่จะให้ผู้รับสามารถอ่านได้

ภาพ: หลีกเลี่ยงการใช้ภาพที่ไม่สามารถโหลดหรือแสดงได้อย่างถูกต้อง

 

 

 

ทดสอบทุกอย่าง

ใช้การทดสอบให้เหมาะสม เช่น การทดสอบแบบ AB test หรือ การทดสอบสแปม เพื่อให้แน่ใจว่าการทดสอบดังกล่าวจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องของอีเมลของคุณได้ และเพื่อให้แน่ใจว่าอีเมลที่ส่งไปนั้นจะถึงเป้าหมาย คุณสามารถเรียกใช้การทดสอบแบบแบ่งรายชื่อผู้รับ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการทดสอบเวอร์ชั่นของอีเมลที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่าน และคุณสามารถจัดส่งอีเมลแคมเปญตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อทดสอบประสิทธิภาพได้อีกทางหนึ่ง ในอีเมลมาร์เก็ตติ้งของคุณสามารถทดสอบแต่ละองค์ประกอบได้ไม่ว่าจะเป็นหัวเรื่อง เนื้อหา ปุ่ม Call to Action หรือภาพ

 

 

 

ควรระวังเกี่ยวกับชื่อผู้ส่ง

ประสบการณ์หลายปีทางด้านการตลาดทางอีเมลพบว่านักการตลาดมักมีข้อผิดพลาดในการส่งแคมเปญอีเมลที่มีหัวเรื่องที่ยาวเกินไป เนื่องจากหากหัวเรื่องอีเมลมีความยาวมากเกินไปจะทำไม่เหมาะกับการอ่านบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้เปิดอ่านอีเมล

หากผู้รับอีเมลไม่คุ้นเคยกับชื่อของผู้ส่งจะทำให้อีเมลนั้นถูกมองว่าเป็นอีเมลขยะ ดังนั้น ไม่ควรใช้อีเมล เช่น noreply@.... เป็นต้น

ซึ่งจะทำให้ผู้ติดตามไม่ยอมเพิ่มคุณเข้าไปในรายชื่อติดต่อ นอกจากนี้ชื่อผู้ส่งที่เป็นส่วนบุคคลยังสามารถทำให้ประสิทธิภาพของแคมเปญดีขึ้นในระดับของอัตราการคลิก

 

 

 

สร้างหัวเรื่องอีเมลที่โดดเด่น

เราคิดว่าข้อมูลส่วนใหญ่เป็นพื้นฐานที่คุณควรรู้เมื่อต้องการส่งอีเมลมาร์เก็ตติ้งเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า

ระยะสั้น: ใช้เพียง 21 ถึง 40 ตัวอักษรจะได้อัตราการเปิดที่สูงขึ้น
เลือกใช้คำที่เกี่ยวข้องเพื่อความกระชับ
ระบุข้อมูลเฉพาะบุคคลในหัวเรื่องจะได้อัตราการเปิดเพิ่มขึ้น 17.8%

ประโยชน์ที่ได้จากการตอบ 2คำถามง่ายๆ: 

ทำไมลูกค้าจึงควรเปิดอีเมลของคุณ? 

สิ่งที่ลูกค้าของคุณคาดหวังคืออะไร?

คุณไม่ควรใช้เครื่องหมายวรรคตอนในหัวเรื่องอีเมล เช่น เครื่องหมายอัศเจรีย์หรือไม่ควรใช้คำบางคำ เช่น ฟรี, ส่วนลด, โปรโมชั่นพิเศษและคำอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกับคำที่กล่าวมา เนื่องจากจะทำให้อีเมลจะถูกจัดเป็นสแปมทันที

 

 

 

ปรับเปลี่ยนเนื้อหา

ใช้การเนื้อหาแบบตอบสนองต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ โดยแนะนำให้ใช้ขนาดของเนื้อหา 550 x 650 พิกเซล เนื่องจากจะทำให้สามารถแสดงเนื้อหาได้อย่างเหมาะสม ควรฝึกฝนตามอย่างเว็บไซต์ที่คุณคิดว่าดีที่สุดและปรับปรุงเพื่อให้เป็นที่รู้จัก

 

 

 

ลิงก์การตลาดทางอีเมล

อย่าลืมตรวจสอบลิงก์ที่อยู่ในเนื้อหาเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นลิงก์ที่สามารถคลิกได้และเมื่อคลิกแล้วจะพาไปยังเว็บไซต์ที่คุณต้องการให้ลูกค้าเห็น

 

 

 

จาวาสคริปต์

ควรจำไว้ว่าผู้ให้บริการทางอีเมล เช่น Gmail, Outlook และอื่น ๆ ไม่สนับสนุนจาวาสคริปต์ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้จาวาสคริปต์ในการตลาดทางอีเมล

 

 

  

เนื้อหาอีเมล

ส่วนของเนื้อหาควรมีความชัดเจนและเขียนได้อย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของคุณ หากต้องการให้ผู้รับอีเมลคลิกและอ่านอีเมล ควรตรวจสอบตอนที่คุณเพิ่มส่วนของการเรียกร้องให้ดำเนินการ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถอ่านได้โดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่

 

 

 

การเข้ารหัส

ตั้งค่า charset ใน UTF-8 (Unicode) เพื่อปรับปรุงการแสดงผลของการตลาดทางอีเมลและควรส่งการทดสอบอีเมลก่อนที่จะส่งแคมเปญการตลาดทางอีเมลออกไป เพื่อทำให้มั่นใจและเป็นการลดอัตราผู้ที่ไม่เปิดอ่านแคมเปญได้

 

 

 

ลิงก์ยกเลิกการสมัครรับข่าวสาร

อย่าลืมใส่ลิงก์สำหรับยกเลิกการสมัครรับข่าวสารในอีเมลเสมอ จะสามารถลดโอกาสในการติดแบล็คลิสต์หรือโดนรายงานโดยอีเมลไคลเอ็นต์ นอกจากนี้ยังทำให้ลิสต์รายชื่อของคุณสะอาดโดยเป็นการกำจัดรายชื่อสมาชิกที่ไม่สนใจออกไปอีกด้วย

 

ขยายธุรกิจของคุณด้วย
อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

เริ่มต้นได้ฟรี