คุณเคยคิดที่จะซื้อรายชื่ออีเมลหรือไม่?

การซื้อรายชื่ออีเมลดูเหมือนจะเป็นวิธีที่รวดเร็วในการทำธุรกิจ แต่ในความเป็นจริงคุณต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากโดยไม่ได้ประโยชน์กลับมา 


วิธีที่ดีที่สุดคือคุณควรปฏิบัติตามหลักการทำการตลาดทางอีเมล เนื่องจากมีรายชื่ออีเมลจำนวนมากที่ถูกพิจารณาว่าเป็นสแปมเพราะถูกหามาด้วยโปรแกรมจำพวก Crawler (หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Harvester) ซึ่งโปรแกรมนี้จะไปดึงข้อมมูลตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ดังนั้นคุณควรที่จะต้องระมัดระวังในการสมัครหรือทิ้งที่อยู่อีเมลของคุณไว้ตามเว็บไซต์ด้วย
 
หากคุณซื้อรายชื่ออีเมลมาเพื่อใช้ส่งข้อมูลหรือโปรโมชั่นต่าง ๆ รายชื่ออีเมลเหล่านี้จะไม่เป็นประโยชน์กับคุณเลยเนื่องจากผู้รับอีเมลไม่ได้สมัครสมาชิกกับคุณโดยตรงและไม่ได้รู้จักแบรนด์ของคุณ ซึ่งอาจทำให้คุณถูกรายงานสแปมได้อีกด้วย
 
นักการตลาดควรมุ่งเน้นการสร้างฐานข้อมูลลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายจากเว็บไซต์ของตนเองโดยที่ลูกค้าควรเป็นผู้ที่ต้องการรับอีเมลจากคุณ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจว่ารายชื่ออีเมลที่คุณมีสามารถนำไปส่งได้ อย่าซื้อรายชื่ออีเมลและอย่าส่งอีเมลไปหาคนที่ไม่ต้องการรับข่าวสารจากคุณ
 
การหาทางลัดในการสร้างลิสต์รายชื่ออีเมลอาจดูเหมือนน่าสนใจและมักจะสามารถดึงดูดเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ให้สนใจที่จะซื้อรายชื่ออีเมลแต่ในความเป็นจริงการซื้อรายชื่ออีเมลเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรทำอย่างยิ่ง
 
นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรซื้อรายชื่ออีเมล
 
1. คุณเป็นใคร?
 
นี่เป็นคำถามแรกที่ลูกค้าจะถามเมื่อได้เห็นอีเมลของคุณ เนื่องจากผู้รับอีเมลไม่ได้ถูกขอให้เป็นสมาชิกของคุณมาก่อนจึงไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับคุณ ดังนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับผู้ทำการตลาดทางอีเมลที่จะต้องให้ความสำคัญกับลูกค้า คุณจะไม่สามารถทำให้ผู้รับอีเมลรู้สึกว่าเค้าคือคนสำคัญหากคนเหล่านั้นไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนและในที่สุดจะทำให้อีเมลที่คุณส่งเป็นอีเมลที่ไม่มีประสิทธิภาพ, ไม่มีความน่าเชื่อถือ, และถูกรายงานสแปม
 
 
 
 
 
2. คุณภาพของลิสต์รายชื่ออีเมล
 
ผู้ขายรายชื่ออีเมลมักจะรับประกันว่าพวกเขาตรวจสอบลิสต์รายชื่อที่ขายมาตาด้วยกฎเกณฑ์และมาตรตรฐานต่าง ๆ เพื่อทำให้คุณมั่นใจว่าเป็นรายชื่ออีเมลที่ตรงกับความต้องการของคุณ 
แต่มีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหา เช่น
  • ข้อมูลขาดหายไปบางส่วน
  • ข้อมูลล้าสมัย
  • อีเมลนั้นได้มาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ
อาจจะดูเหมือนเป็นสิ่งที่ดีหากคุณมีรายชื่ออีเมลจำนวนมากแต่จะไม่เป็นประโยชน์เลยหากรายชื่ออีเมลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่ล้าสมัย
 
 
 
 
 
 3. คุณจะมีปัญหากับผู้ให้บริการทางอีเมล ( Email Service Provider หรือ ESP ) ของคุณ
 
หากอีเมลที่คุณส่งถูกรายงานสแปมมากเกินไปคุณอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้ใช้บริการที่ไม่ดีสำหรับผู้ให้บริการทางอีเมลของคุณ จะเห็นได้จากที่มีผู้ให้บริการทางอีเมลหลายแห่งไม่อนุญาตให้ใช้รายชื่ออีเมลที่ซื้อจากบุคคลที่สาม ถึงแม้ ESP จะเป็นผู้ให้บริการแต่ก็จะไม่สร้างความเสี่ยงให้กับธุรกิจของตัวเองจนต้องติดแบล็คลิสต์เพราะรายชื่ออีเมลที่น่าสงสัย
 
 
 
 
 
4. ผู้อื่นกำลังใช้ลิสต์รายชื่ออีเมลเหมือนกับคุณ
 
สิ่งที่คุณควรพิจารณาเมื่อต้องการซื้อรายชื่ออีเมลคือรายชื่ออีเมลที่ถูกขายให้คุณจะถูกคนอื่นซื้อไปด้วย และทุกคนที่ซื้อรายชื่อนั้นไปจะส่งอีเมลไปหาผู้รับ ซึ่งจะทำให้ข้อเสนอพิเศษของคุณถูกมองข้ามและอาจจะถูกลบทิ้งโดยไม่เปิดหรือถูกทำเครื่องหมายว่าเป็นสแปม เพราะอีเมลที่คุณส่งไปจะเป็นหนึ่งในอีเมลที่ไม่พึงประสงค์ที่สร้างความรำคาญให้กับผู้รับ
 
 
 
 
 
5. แบรนด์สร้างมาจากชื่อเสียงของคุณ
 
ชื่อเสียงของคุณจะถูกทำลายเมื่อคุณเจอปัญหาที่เกิดจากการซื้อรายชื่ออีเมล เพราะไม่ใช้แค่การที่ผู้ให้บริการทางอีเมลจะมีปัญหากับคุณแต่ที่สำคัญคือผู้รับอีเมลจะต้องเสียผลประโยชน์ด้วย
ตัวอย่างเช่นเมื่อคุณเซิร์ช google เกี่ยวกับบริษัทของคุณเองและเห็นข้อความที่พูดถึงบริษัทของคุณว่าสร้างความรำคาญโดยการส่งอีเมลส่งเสริมการขายมากมายไปหาผู้รับ นั่นเป็นการทำลายชื่อเสียงด้านการตลาดทางอีเมลของคุณในแง่ของกลยุทธ์ในการทำธุธกิจ
 
ปัญหาเกี่ยวกับชื่อเสียงในโลกออนไลน์ ส่วนมากเป็นเพราะมีคนแสดงความคิดเห็นหรือรีวิวผลิตภัณฑ์ในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ คุณจึงควรจะต้องมีการจัดการเกี่ยวกับชื่อเสียงของคุณให้ดีด้วย ดังคำพูดที่ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้"
 
 
 
 
 
นี่คือวิธีการง่าย ๆ ที่ทำให้คุณสามารถมีลิสต์รายชื่ออีเมลที่ดีได้
 
เริ่มต้นจากขั้นตอนแรกคือคัดเลือกอีเมลที่คุณมีและสร้างรายชื่ออีเมลใหม่ ๆ  ซึ่งอาจจะดูว่าเป็นงานที่หนักและอาจต้องใช้เวลาแต่สิ่งที่คุณจะได้มานั้นคุ้มค่ามากเมื่อคุณเห็นว่ารายชื่ออีเมลของคุณกำลังเติบโตและมีส่วนร่วมในแคมเปญอีเมลของคุณ
 
โปรดจำไว้เสมอว่า "กรุงโรมไม่ได้สร้างขึ้นในหนึ่งวัน" ธุรกิจของคุณก็ต้องใช้เวลาในการสร้างเช่นกัน
 
1. การมีส่วนร่วมของลูกค้าและคุณค่าจากอีเมลของคุณ
 
ถ้าคุณต้องการให้ลูกค้าลงชื่อสมัครเป็นสมาชิกในลิสต์รายชื่ออีเมลของคุณ คุณต้องใช้ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับหรือเนื้อหาอื่น ๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าไม่ปฏิเสธการลงทะเบียนแต่สิ่งที่คุณเสนอต้องเป็นสิ่งที่คุณสามารถให้กับผู้ที่ลงทะเบียนทุกคนได้จริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจะทำให้คุณสามารถนำเสนอโปรโมชั่นต่าง ๆ ให้กับลูกค้าของคุณได้ในอนาคต
 
 
 
 
 
2. การสร้างแรงดึงดูดใจ
 
นำเสนอด้วย "การสร้างแรงดึงดูดใจ" เมื่อผู้ที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าของคุณได้ให้ที่อยู่อีเมล โดยที่คุณต้องรู้จักจุดเด่นและสิ่งที่คุณมีอยู่ทั้งหมดเพื่อที่คุณจะได้สามารถนำเสนอเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาได้ เช่น ชุดเครื่องมือสำหรับสมาชิกใหม่หรือวิดีโอสาธิต
 
 
 
 
 
3. ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
 
คุณควรหาผู้ให้บริการทางอีเมลที่สามารถทำการส่งแคมเปญอีเมลให้กับคุณได้ และควรหยุดใช้อีเมลส่วนตัวเมื่อคุณต้องการส่งหาลูกค้าจำนวนมากเพราะคุณอาจถูกลงโทษจากการกระทำดังกล่าว
 
 
 
 
 
4. สร้างรูปแบบการยืนยัน (Opt in) ให้กับสมาชิกของคุณได้มีตัวเลือก
 
มีตัวเลือกมากมายสำหรับรูปแบบ Opt in ของคุณ เช่น
  • หน้าต่างการแจ้งเตือน ( Lightbox popups )
  • แถบตัวเลือกแบบเคลื่อนที่ ( Floating bars )
  • หน้าต่างการแจ้งเตือนเมื่อออกจากหน้าเว็บไซต์ ( Exit-intent pops )
  • หน้าการต้อนรับแบบเต็มหน้าจอ ( Full-screen welcome gates )
  • การยืนยัน 2 ขั้นตอน ( 2 step option )
แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเลือกผู้ให้บริการทางอีเมลที่ดีและเหมาะสมกับคุณ
 
 
 
 
 
ข้อสรุปเกี่ยวกับบทความนี้คือคุณไม่ควรซื้อรายชื่ออีเมลเพราะไม่คุ้มค่า โดยคุณควรทำให้ลิสต์รายชื่ออีเมลของคุณเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติด้วยการเลือกกลุ่มเป้าหมายของคุณเองเพื่อที่จะได้เป็นลิสต์รายชื่อที่สามารถตอบสนองต่อลูกค้าที่ต้องการได้รับข่าวสารจากคุณ

ขยายธุรกิจของคุณด้วย
อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

เริ่มต้นได้ฟรี